แนะนำ ไม้สร้างบ้าน เพื่อบ้านสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

‘บ้านไม้’ คือบ้านที่ครองใจคนมาทุกยุคสมัย ไม้สร้างบ้าน จึงเป็นวัสดุที่ปรับตัวตามการใช้ชีวิตของผู้คน เห็นได้จากตัวเลือกไม้จริงและวัสดุทดแทนไม้ที่หลากหลายในท้องตลาด การสร้างและแต่งบ้านไม้ในฝันจึงเป็นเรื่องง่าย เพียง ‘รู้ไม้’ และ ‘รู้ใจ’ รู้จัก ไม้สร้างบ้าน ให้ถึงแก่น เท่านี้ก็เรียกได้ว่าบ้านไม้สุดอบอุ่นก็ก่อร่างสร้างตัวไปแล้วครึ่งหนึ่ง ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของช่างผู้เชี่ยวชาญแล้ว

1. ‘รู้ไม้’ รู้จักประเภท ไม้สร้างบ้าน และการนำไปใช้

วัสดุไม้มีหลากหลายเนื้อไม้ สีสัน และคุณสมบัติ จะรู้ให้ถึงแก่นของ ไม้สร้างบ้าน ก็ต้องเริ่มต้นจากการรู้จักและจำแนกประเภทของไม้ เพื่อนำไม้ไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย

1.1. ไม้เนื้ออ่อน (Softwood) คือไม้ลำต้นใหญ่เติบโตไว เนื้อมีสีอ่อนซีด น้ำหนักเบา แต่ก็เหนียวแน่น สามารถเลื่อยไสและตัดแต่งง่าย ในต่างประเทศนิยมไม้เนื้ออ่อนตระกูลสนสำหรับงานภายนอกด้วยคุณสมบัติต้านทานแมลงได้ดี แต่ในบริบทของไทยนั้นนิยมใช้ในงานตกแต่งภายในทั้งบุผนัง ปูพื้น หรือทำเป็นเครื่องเรือนในบ้าน โดยมี ไม้สร้างบ้าน ที่นิยมคือไม้ยางและไม้ฉำฉา

1.2 ไม้เนื้อแข็งและเนื้อแกร่ง (Hardwood) เป็น ไม้สร้างบ้าน ที่มีโครงสร้างซับซ้อนจึงเติบโตช้ากว่าไม้ชนิดอื่น เนื้อไม้จึงเหนียวแน่นแข็งแรง คงทน มีสีเข้มชัดจากน้ำตาลแดงไปจนถึงดำ ไม้ชนิดนี้จึงใช้งานได้หลากหลาย โดยในไทยนิยมใช้ในโครงสร้างหรืองานตกแต่งที่ต้องรับน้ำหนัก เช่น โครงบ้าน พื้นบ้าน หรือเครื่องเรือนที่ต้องรับน้ำหนักมากและใช้งานบ่อย ในไทยนิยมไม้สัก ไม้มะค่า ไม้เแดง ไม้เต็ง และไม้รัง

1.3 ไม้สังเคราะห์ (Engineered Wood) คือ ไม้สร้างบ้าน ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีทำให้สยบปัญหายุ่งยากของไม้ธรรมชาติ มีหลากวัสดุเช่น ไม้อัดที่มีส่วนผสมของไม้ หรือเป็นวัสดุทดแทนไม้ได้สมบูรณ์แบบเช่น ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์ที่ผลิตจากเส้นใยเซลลูโลส ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และทรายซิลิกา นำมาผ่านกระบวนการอบร้อนหรืออบแรงดันให้ทนทานไม่ผุกร่อน ทำให้ใช้งานง่ายด้วยดีไซน์ใหม่ๆ หมดปัญหาเรื่องปลวกและแมลงรบกวน และยังคงความสวยงามดุจไม้ธรรมชาติ

2. ‘รู้ใจ’ รู้ว่าต้องการนำไม้ไปใช้งานอย่างไร

ต่อจากประเภทของไม้ ก็ต้องรู้ใจตนเองว่าจะนำ ไม้สร้างบ้าน ไปใช้งานโครงสร้างหรือตกแต่งบ้านส่วนใด สัมผัสแสงแดดและความชื้นโดยตรงหรือไม่ เพราะนี่คือโจทย์ที่มีคำตอบเป็นไม้ต่างชนิด

ไม้สำหรับโครงสร้าง :  ไม้สร้างบ้าน ที่ใช้ในงานรับน้ำหนักนั้นแนะนำให้ใช้ไม้จริง โดยเฉพาะไม้เนื้อแข็งและเนื้อแกร่งที่มีเนื้อแน่นเหนียวและแข็งแรง สำคัญคือควรเลือกไม้ที่ปลูกจนได้อายุที่เหมาะสม และควรผ่านกระบวนการผึ่งให้แห้งเพื่อลดการยืดหดตัวซึ่งเป็นข้อจำกัดทางธรรมชาติของไม้จริง

ไม้สำหรับงานตกแต่ง : ไม้สำหรับงานตกแต่งจะให้ดีต้องเป็นไม้เนื้ออ่อนและไม้สังเคราะห์ หากเป็นไม้เนื้อแข็งมักนิยมไม้สัก สำหรับชีวิตคนยุคใหม่ที่ไม่มีเวลาประคบประหงมไม้สุดรัก ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์ จึงได้รับความนิยมสูงเพราะเอาอยู่ทั้งตกแต่งภายนอกและภายใน ดูแลรักษาง่าย ปราศจากปัญหาแมลง ประหยัดงบประมาณและเวลาในการติดตั้ง รวมถึงสามารถออกแบบพื้นที่ได้ง่ายดั่งใจ

ขอขอบคุณ : Shera